เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกอัด คิเอโว่ 3-1 คูลิบาลี่เบิ้ล

เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกอัด คิเอโว่ 3-1 คูลิบาลี่เบิ้ล

   เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกไปเอาชนะ คิเอโว่ ถึงถิ่น 3-1 จาก 2 ประตูของ คาลิดู คูลิบาลี่ และอีกหนึ่งประตูจาก อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค เขี่ยเจ้าถิ่นร่วงตกชั้นเรียบร้อยแล้วแม้ยังเหลืออีก 6 นัดก็ตาม

เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกอัด คิเอโว่ 3-1

   ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา คิเอโว่ ทีมบ๊วยของตาราง เปิดบ้านต้อนรับ นาโปลี ที่สนาม มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ในวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 ผลบอลสด

   เริ่มเกม นาโปลีพยายามบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นทันทีและก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 12 จากการเติมเกมรุกทางฝั่งซ้ายของกูลามเปิดมาให้เมอร์เท่นส์ซัดบอลข้ามคานออกไป

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที ทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากลูกเตะมุม เมอร์เท่นส์ โยนบอลไปเสาแรกให้ คูลิบาลี่ ได้โหม่งจ่อๆ เป็นประตู

   หลังจากที่ขึ้นนำ นาโปลียังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้อย่างหมดจด นาทีที่ 25 ได้ลุ้นประตูที่สองจากฟรีคิก อินซิเญ่เปิดบอลไปจุดนัดพบ แล้วเป็นชิริเชสได้โหม่งโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไป

   จากนั้นเจ้าถิ่นพยายามจะตั้งเกมเพื่อหวังจะเอาประตูคืนแต่จนกระทั่งจบครึ่งแรกก็ยังทำไม่สำเร็จ นาโปลี จึงเป็นฝ่ายนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง นาโปลี ยังคงเป็นฝ่ายที่เดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่ คิเอโว่ ทันที และก็เกือบจะบวกเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูในนาทีที่ 62 จากจังหวะบอลทางฝั่งซ้าย มิลิค ชิ่งหนึ่งสองกับ อินซิเญ่ ก่อนจะกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วคืนให้ มิลิค ชาร์จจ่อๆน่าเสียดายที่บอลหลุดเสาออกไป

   แต่ถัดมาอีกเพียง 2 นาที ทีมเยือนก็มาบวกประตูที่สองเพิ่มจนได้จากบอลทางฝั่งขวา กาเญฆ่อน ไหลไปให้ ซิลินสกี้ ส่งต่อเข้ากลางที่ มิลิค ปั่นด้วยซ้ายที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 81 นาโปลี ขึ้นนำ 3-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมอร์เท่นส์ เปิดไปเสาแรกให้ แวร์ดี้ ได้โหม่งแต่ ซอร์เรนติโน่ ยังปัดออกมาได้ บอลไปเข้าทาง คูลิบาลี่ ซ้ำดาบสองเข้าไปตุงตาข่าย

   นาทีที่ 90 คิเอโว่ มาได้ประตูตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 3-1 จากเตะมุมทางฝั่งวา คิยิเน่ โยนบอลไปหน้าปากประตูให้ เซซาร์ โหม่งโล่งๆตุงตาข่าย

   จบเกม นาโปลี บุกไปเอาชนะ คิเอโว่ 3-1

 

กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 พรีวิว คิเอโว่ vs เอซี มิลาน

กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 พรีวิว คิเอโว่ vs เอซี มิลาน

   กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 พรีวิว คิเอโว่ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ที่สนาม มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ในคืนวันวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562 เวลา 02.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

09/03/19 คิเอโว 1-2 เอซี มิลาน เซเรียอา

07/10/18 เอซี มิลาน 3-1 คิเอโว เซเรียอา

18/03/18 เอซี มิลาน 3-2 คิเอโว เซเรียอา

25/10/17 คิเอโว 1-4 เอซี มิลาน เซเรียอา

04/03/16 เอซี มิลาน 3-1 คิเอโว เซเรียอา

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว คิเอโว่ vs เอซี มิลาน

คิเอโว่

   เจ้าถิ่น คิเอโว่ ผลงาน 6 นัดหลังสุดพวกเขายังยังหาชัยไม่เจอโดยเสมอไป 2 และแพ้ไปถึง 4 นัดด้วยกัน ยิงได้เพียง 2 ประตูและเสียไปถึง 10 ประตูด้วยกัน

   โดเมนิโก้ ดิ คาร์โล กุนซือของ คิเอโว่ หมดสิทธิ์ใช้งาน แซร์โจ้ เปลลิสซิเย่ร์, นิโกล่าส์ เฟรย์, เอเซเกล สเคล็อตโต้, อันเดรีย เซคูลิน และ เนนาด โทโมวิช ที่ล้วนบาดเจ็บทั้งหมดส่วน นิโกล่า ริโกนี่ ก็ติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามได้ในเกมนี้ แต่จะได้ เปอร์ปาริม เฮเตมาย ที่พ้นโทษแบนกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : สเตฟาโน่ ซอร์เรนติโน่, ฟาบิโอ เดเปาลี, มัตเตีย บานี่, เฟเดริโก้ บาร์บ้า, พาเวล ยารอสซีนสกี้, เมห์ดี้ เลริส, อัสซาน ดิอุสเซ่, เปอร์ปาริม เฮเตมาย, เอมานูเอเล่ จัคเครินี่, มาริอุส สเตปินสกี้, ริคคาร์โด้ เมจจอรินี่

เอซี มิลาน

   ปีศาจแดงดำ เอซีมิลาน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน 6 เกมหลังสุดโดยชนะไปถึง 4 นัด เสมอ 1 และแพ้ไป 1 ยิงได้ 11 ประตูและเสียไป 5 ประตู

   ในขณะที่ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์เอซี มิลาน ได้รับข่าวดีเรื่อยๆเมื่อผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บทยอยกันหายและกลับมาร่วมทีมได้แล้ว จะเหลือก็เพียง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า รายเดียวเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ริคาร์โด้ โรดริเกซ ที่ติดโทษแบน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, ดาวิเด้ คาลาเบรีย, มาเตโอ มูซัคคิโอ, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, ดีเอโก้ ลักซาลต์, ฟร้องค์ เกสซีเย่, ลูกัส บีย่า, ลูกัส ปาเกต้า, ซูโซ่, คริสตอฟ ปิออนเต็ก, ฟาบิโอ บอรินี่

 

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว อินเตอร์ มิลาน พบ อูดิเนเซ่

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว อินเตอร์ มิลาน พบ อูดิเนเซ่

   กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี 2018/19 อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านต้อนรับ อูดิเนเซ่ ที่สนาม สตาดิโอ จูเซปเป้ เมอัซซ่า ในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 00.00 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม ผลบอลสด

06 ธันวาคม 2018 เซเรีย อา อูดิเนเซ่ 0-4 อินเตอร์ มิลาน

16 ธันวาคม 2017 เซเรีย อาอินเตอร์ มิลาน 1-3 อูดิเนเซ่

29 พฤษภาคม 2017 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 5-2 อูดิเนเซ่

08 มกราคม 2017 เซเรีย อา อูดิเนเซ่ 1-2 อินเตอร์ มิลาน

24 เมษายน 2016 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 3-1 อูดิเนเซ่

กัลโช่ เซเรีย อา ความพร้อมของอินเตอร์ มิลาน กับ อูดิเนเซ่

อินเตอร์ มิลาน

   สำหรับ อินเตอร์ มิลาน เพิ่งจะตกรอบ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก หลังจากเสมอกับ พีเอสวีฯ ไป 1-1 ส่วนผลงานในลีก 3 ของตาราง เกมนี้ขาด ดัลเบิร์ต เฮนริเก้ ฟูลแบ็คซ้าย กับ มาติอัส เวซิโน่ มิดฟิลด์ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ส่วนข่าวดีคือ รัดย่า นาอิงโกลัน ที่มีชื่อเป็นสำรองในนัดก่อนหน้าคาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ ส่วนตัวหลักคนอื่นๆยังอยู้กันครบ

   ซึ่ง ลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของ อินเตอร์ มิลาน วางแผนมาในระบบ 4-3-3 โดยคาดว่า มาร์เซโล่ โบรโซวิช จะได้ลงคุมแดนกลาง แนวรุกเป็น อีวาน เปริซิซ, เจา มาริโอ, มัตเตโอ โปลิตาโน่ และเมาโร่ อิคาร์ดี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ้, สเตฟาน เดอ ฟราย, มิลาน สคริเนียร์, ควัดโว่ อซาโมอาห์, โรแบร์โต้ กาญาร์ดินี่, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, เจา มาริโอ, มัตเตโอ โปลิตาโน่, เมาโร อิคาร์ดี้, อิวาน เปริซิช

อูดิเนเซ่

   ส่วนทีมเยือน อูดิเนเซ่ ผลงานในลีกค่อยข้างตกอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างลำบาก อยู่ในโซนตกชั้นรั้งอันดับ 17 ของตาราง เกมนี้ไม่มี เอ็มมานูเอล บาดู, ลูคัสซ์ ทีโอดอร์ซิค,ซาเมียร์ และ โมลล่า วาเก้ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่

   ทำให้กุนซือ เดวิด นิโคล่า จะวาง วาลอน เบห์รามี่ บัญชาการในแดนกลาง ส่วนในเกมรุกใช้ โรดริโก้ เด ปาอูล กับ อิกนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ประสานงานกัน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ฮวน มุสโซ่, เยนส์ ลาร์เซ่น, ทรอสต์-เอค็อง, บรัม นายติงค์, ฮิดเด้ แตร์ อาเวส, เซโก้ โฟโฟน่า, วารอน เบห์รามี่, โรลันโด้ มานดราโกร่า, มาร์โก ดาเลสซานโดร, อิ๊กนาซิโอ้ ปุสเซตโต้, โรดริโก้ เดอ ปาอูล

 

 

  

ยูเวนตุส เฉือนปาร์ม่า 2-1 โด้ ยังไร้สกอร์เหมือนเดิม

ยูเวนตุส 2-1 ปาร์ม่า

ยูเวนตุส ยังชนะต่อเนื่อง!ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 3 ประจำวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 คู่ระหว่างปาร์ม่าเปิดบ้านพบกับไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ที่สนาม เอ็นนิโอ ตาร์ดนี่ โดยเกมนี้ยูเว่เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะ 2-1

โรนัลโด้ ยังไร้สกอร์ ยูเวนตุส คว้าชัย 3 นัดรวด

สำหรับเกมนี้ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ยังไม่สามารถปลดล็อคประตูกับยูเวนตุสได้ ยังดีที่ทีมเฉือนเอาชนะปาร์ม่าได้ 2-1 เป็นการคว้าชัย 3 นัดรวดของไอ้ม้าลาย เก็บ 9 แต้มเต็มขึ้นนำจ่าฝูงก่อน ส่วนเจ้าถิ่น ยังไม่ชนะใครมีเพียงแต้มเดียวรั้งอันดับ 14 บนตาราง

ยูเวนตุสผ่านมา 2 นัดชนะรวดมี 6 แต้มเต็ม นัดนี้เปลี่ยนเพียงตำแหน่งเดียวคือแบ็คขวา โดย กัวดราโด้ ได้ลงเล่นตัวจริงเบียด คันเซโล่ หลุดไปนั่งสำรอง ส่วนปาร์ม่าเล่นมา 2 นัด ยังไม่ชนะใครมีเพียงแต้มเดียว นัดนี้เปลี่ยน 2 ตำแหน่งจากนัดที่บุกไปพ่ายให้ สปาล 0-1 โดยพัก  ดา ครู๊ซ และ กราสซี่ แล้วส่ง แชร์วินโญ่ กับ ริโกนี่ ลงตัวจริงแทน

ไฮไลท์การแข่งขัน ยูเวนตุส & ปาร์ม่า

เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 2 ยูเว่ก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากบอลโยนจากทางฝั่งขวามาหน้าปากประตู มานด์ซูคิช โถมตัวไปโขกบอลพุ่งไปติดหลัง ยาโคปินี่ แล้วเป็นใจไปเข้าทาง มานด์ซูคิช ซ้ำด้วยขวาสวนตัว เซเป้ เข้าประตูไป ยูเวนตุสนำ 1-0

นาทีที่ 12 ยูเว่ยังคงได้ลุ้นอีก แบร์นาร์เดสคี่ ได้ปั่นบอลด้วยซ้ายหน้าหัวกระโหลก เซเป้ ปัดได้ แล้วมีตัวตามมาซ้ำแต่ล้ำหน้า

นาทีที่ 14 ปาร์ม่าที่ชื่อชั้นอาจจะเป็นรองทีมเยือนแต่เกมนี้พวกเขาเล่นกันได้ดีทีเดียว ได้ลุ้นประตูจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ลีโอ สตูลัค ชัดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ เซสนี่ ไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

ต่อมานาทีที่ 18 คราวนี้เป็นทีของไอ้ม้าลายบ้าง จากฟรีคิกทางกราบขวา แบร์นาร์เดสคี่ กึ่งยิงกึ่งผ่านบอลโค้งตรงกรอบ เซเป้ ต้องชกทิ้ง

เกมผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก ยูเว่อาศัยความเก๋าเป็นฝ่ายครองเกมและไม่ได้เร่งทำเกมมากนัก แต่แล้วนาทีที่ 33 ปาร์ม่า ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 โดยอาศัยจังหวะที่ กัวดราโด้ ยังปฐมพยาบาลอยู่ข้างสนามขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้าไปในกรอบ 6 หลา อินเกลเซ่ โฉบมาโหม่งเช็ดมาให้ แชร์วินโญ่ แทงเข่าเข้าไปไม่เหลือ และนี่ยังเป็นลูกแรกของ แชร์วินโญ่ กับ ปาร์ม่า อีกด้วย

ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเปิดแลกกันอย่างดุเดือด แต่ยังไม่มีฝ่ายไหนที่ได้ประตูเพิ่ม จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังยูเว่บุกจากซ้ายไปขวา นาทีที่ 50 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นบอลชิ่งกับเพื่อนแล้วหลุดไปเปิดเรียดทะลุไปในเขตโทษให้ เคดิร่า วิ่งมาแปโล่งๆแต่บอลข้ามคานไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 58 หลังจากที่ครึ่งทีมเยือนพยายามบุกอย่างหนักในที่สุดก็มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จากการเติมเกมของ ซานโดร ดีดบอลทะลุไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ มานด์ซูคิช ตอกส้นต่อไปที่ แบลส มาตุยดี้ แตะเข้าซ้ายหนึ่งจังหวะแล้วชัดทันทีเป็นประตู เกมหลังจากนั้นถึงแม้ว่ายูเวนตุสจะผ่อนเกมลงแต่ปาร์ม่าก็ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้บุกมากนัก จบเกมเป็นยูเวนตุสที่บุกมาเอาชนะปาร์ม่า 2-1