บู่แบบกู่ไม่กลับ เมืองทอง ดับคาบ้านโดน สมุทรปราการ อัดเละ 0-3 จมบ๊วยต่อ

บู่แบบกู่ไม่กลับ เมืองทอง ดับคาบ้านโดน สมุทรปราการ อัดเละ 0-3 จมบ๊วยต่อ

   บู่แบบกู่ไม่กลับ จริงๆ สำหรับฟอร์มการเล่นของกิเลนผยองเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดหลังจากที่โดนสมุทรปราการ ซิตี้บุกมาอัดเละคาบ้าน 0-3 ทำให้ยังจมอยู่ท้ายตารางเช่นเดิม

บู่แบบกู่ไม่กลับ เมืองทอง โดน สมุทรปราการ อัดเละ 0-3

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2019 กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านพบกับ เขี้ยวสมุทร สมุทรปราการ ซิตี้ ทีมอันดับ 4

   ที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา 19.00 น.

   เจ้าถิ่น เมืองทอง เพิ่งจะคว้าตัว ยุน จอง ฉวาน มาคุมทีมก่อนจะพา เมืองทอง คว้าชัยได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมในเกมช้างเอฟเอ คัพ 2019 ที่เอาชนะ พีที ประจวบ เอฟซี ไป 3-0

   นัดนี้ กิเลนผยอง ต้องการชัยชนะหลังจากที่ยังคงจมบ๊วยของตารางอยู่ ส่วนทางด้านทีมเยือน สมุทรปราการ ซิตี้ ผลงานในลีกค่อนข้างดีทีเดียว เพราะพวกเขาไม่แพ้ใครมา 4 เกมติดแล้ว

   เริ่มเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมพยายามตั้งเกมบุกเพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ แม้ทั้งสองทีมจะมีโอกาสยิงประตูอีกฝ่ายอยู่หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่สามารถพังประตูฝั่งตรงข้ามได้ ทำให้ครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

   กระทั่งครึ่งหลังในที่สุดประตูแรกของเกมก็มาจนได้ ซึ่งประตูนี้ตกเป็นของ สมุทรปราการ ในนาทีที่ 65 เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ เปิดบอลไปหน้าประตูให้ คาร์เลา จัดการโขกส่งบอลเข้าประตูไปเรียบร้อย ทีมเยือนนำก่อน 1-0

   ถัดมานาทีที่ 75 สมุทรปราการ มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จากลูกยิงของ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์

   และต่อด้วยประตูที่ 3 ในนาทีที่ 80 จากจังหวะโต้กลับเร็ว พิชา อุทรา แทงให้ ธีระพล เยาะเย้ย จัดการซัดบอลเข้าไปตุงตาข่าย สมุทรปราการ ขยับหนีไปเป็น 3-0

   จ บ เ ก ม เ อ ส ซี จี เ มื อ ง ท อ ง ยู ไ น เ ต็ ด ดั บ ค า บ้ า น พ่ า ย ส มุ ท ร ป ร า ก า ร ซิ ตี้ ไ ป 0 – 3 ยั ง ค ง จ ม บ๊ ว ย ต่ อ ไ ป

รายชื่อ 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีม

   เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : ดัง วาน ลัม(GK), โอ บัค ซอค (ชาริล ชัปปุยส์ น.15), อดิศร พรหมรักษ์, ศฤงคาร พรมสุภะ, พัชรพล อินทนี, ลี โฮ, วีระวุฒิ กาเหย็ม (ศนุกรานต์ ถิ่นจอม น.74), สารัช อยู่เย็น (อดิศักดิ์ ไกรษร น.86), กรวิชญ์ ทะสา, ธีรศิลป์ แดงดา, เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส

   สมุทรปราการ ซิตี้ : ปฏิวัติ คำไหม(GK), จักพัน ไพรสุวรรณ, สราวุธ กัลยาณบัณทิต, อริส ซาริโฟวิช, ธีระพล เยาะเย้ย (บวร ตาปลา น.90+2), คิม แท ยอน, พิชา อุทรา, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, จอ โคโค (คาร์เลาน.62) (ชญาวัต ศรีนาวงษ์น.69), อิบสัน เมโล

 

เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกอัด คิเอโว่ 3-1 คูลิบาลี่เบิ้ล

เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกอัด คิเอโว่ 3-1 คูลิบาลี่เบิ้ล

   เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกไปเอาชนะ คิเอโว่ ถึงถิ่น 3-1 จาก 2 ประตูของ คาลิดู คูลิบาลี่ และอีกหนึ่งประตูจาก อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค เขี่ยเจ้าถิ่นร่วงตกชั้นเรียบร้อยแล้วแม้ยังเหลืออีก 6 นัดก็ตาม

เขี่ยบ๊วยตกชั้น นาโปลี บุกอัด คิเอโว่ 3-1

   ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา คิเอโว่ ทีมบ๊วยของตาราง เปิดบ้านต้อนรับ นาโปลี ที่สนาม มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ในวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 ผลบอลสด

   เริ่มเกม นาโปลีพยายามบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นทันทีและก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 12 จากการเติมเกมรุกทางฝั่งซ้ายของกูลามเปิดมาให้เมอร์เท่นส์ซัดบอลข้ามคานออกไป

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที ทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากลูกเตะมุม เมอร์เท่นส์ โยนบอลไปเสาแรกให้ คูลิบาลี่ ได้โหม่งจ่อๆ เป็นประตู

   หลังจากที่ขึ้นนำ นาโปลียังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้อย่างหมดจด นาทีที่ 25 ได้ลุ้นประตูที่สองจากฟรีคิก อินซิเญ่เปิดบอลไปจุดนัดพบ แล้วเป็นชิริเชสได้โหม่งโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไป

   จากนั้นเจ้าถิ่นพยายามจะตั้งเกมเพื่อหวังจะเอาประตูคืนแต่จนกระทั่งจบครึ่งแรกก็ยังทำไม่สำเร็จ นาโปลี จึงเป็นฝ่ายนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง นาโปลี ยังคงเป็นฝ่ายที่เดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่ คิเอโว่ ทันที และก็เกือบจะบวกเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูในนาทีที่ 62 จากจังหวะบอลทางฝั่งซ้าย มิลิค ชิ่งหนึ่งสองกับ อินซิเญ่ ก่อนจะกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วคืนให้ มิลิค ชาร์จจ่อๆน่าเสียดายที่บอลหลุดเสาออกไป

   แต่ถัดมาอีกเพียง 2 นาที ทีมเยือนก็มาบวกประตูที่สองเพิ่มจนได้จากบอลทางฝั่งขวา กาเญฆ่อน ไหลไปให้ ซิลินสกี้ ส่งต่อเข้ากลางที่ มิลิค ปั่นด้วยซ้ายที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 81 นาโปลี ขึ้นนำ 3-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมอร์เท่นส์ เปิดไปเสาแรกให้ แวร์ดี้ ได้โหม่งแต่ ซอร์เรนติโน่ ยังปัดออกมาได้ บอลไปเข้าทาง คูลิบาลี่ ซ้ำดาบสองเข้าไปตุงตาข่าย

   นาทีที่ 90 คิเอโว่ มาได้ประตูตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 3-1 จากเตะมุมทางฝั่งวา คิยิเน่ โยนบอลไปหน้าปากประตูให้ เซซาร์ โหม่งโล่งๆตุงตาข่าย

   จบเกม นาโปลี บุกไปเอาชนะ คิเอโว่ 3-1

 

จัดหนักจัดเต็ม แมนฯซิตี้ ยำใหญ่ใส่ ชาลเก้ 7-0 ทะลุรอบก่อนรองฯ UCL

จัดหนักจัดเต็ม แมนฯซิตี้ ยำใหญ่ใส่ ชาลเก้ 7-0 ทะลุรอบก่อนรองฯ UCL

   จัดหนักจัดเต็ม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้ ชาลเก้ 04 ไปแบบขาดรอย 7-0 ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ลีก ไปเรียบร้อยแล้วด้วยสกอร์รวม 10-2

จัดหนักจัดเต็ม แมนฯซิตี้ ยำใหญ่ใส่ ชาลเก้ 7-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ชาลเก้ 04 ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2562 ซึ่งนัดแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ ชาลเก้ มาได้ก่อน 3-2

   เริ่มเกม แมนฯซิตี้ เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ชาลเก้ทันที ส่วนทีมเยือนก็เล่นเกมรับอย่างเหนี่ยวแน่นเพื่อรอจังหวะสวนกลับ แต่ยังไม่มีทีมใดสามารถทำอันตรายอีกฝ่ายได้ ทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   กระทั่งเกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกในที่สุด แมนฯซิตี้ ก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจุดโทษ ซึ่งเป็นจังหวะที่ กุนโดกัน เปิดบอลเข้าไปแล้ว บรูม่า ขวางแบร์นาร์โด้ ซิลวา ไม่ให้เล่นบอล ซึ่งหลังจากเช็ค VAR ผู้ตัดสินยืนยันคำตัดสิน แล้วก็เป็น อเกวโร่ ที่รับหน้าที่สังหารบอลเข้าประตูไปไม่พลาด เรือใบสีฟ้า ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ถัดมานาทีที่ 38 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ สเตอร์ลิ่ง ให้บอลจากสุดเส้นหลังคืนกลับมาที่ อเกวโร่ ถูกบรูม่าเบียดแต่ยังหาจังหวะยิงได้ บอลลอดหว่างขา ฟาห์มันน์ เข้าไปตุงต่าย

   นาทีที่ 42 สกอร์ไหลไปเป็น 3-0 คราวนี้เป็นการขึ้นเกมมาทางฝั่งซ้าย ซินเชนโก้ แทงบอลไปให้ ซาเน่ ซัดบอลเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 เรือใบสีฟ้า มาได่เพิ่มอีกหนึ่งประตู ซึ่งในทีแรกผู้ตัดสินจะไม่ให้เป็นประตูอยู่แล้ว จากจังหวะที่ ซาเน่ จ่ายบอลจากทางฝั่งซ้ายไปให้ ราฮีม ซัดบอลเข้าประตูไปเรียบร้อยแล้ว แต่มีธงล้ำหน้าขึ้นมาก่อน แต่เมื่อผู้ตัดสินเช็คจาก VAR กลับคำตัดสินให้เป็นประตู แมนฯซิตี้ นำ 4-0

   ต่อมานาทีที่ 71 เรือมาได้ประตูทิ้งห่างไปเป็น 5-0 เมื่อ ซินเชนโก้ ให้บอลไปที่ ซาเน่ หลุดเข้าไปแล้วจ่ายไปกลางเขตโทษให้ แบร์นาร์โด้ ยิงโดยไม่ต้องจับส่งบอลเข้าประตูไป

   ต่อด้วยประตูที่ 6 ในนาทีที่ 78 คราวนี้เป็น ซาเน่ แทงบอลไปให้ โฟเด้น หลุดเข้าไปยิงเต็มข้อเป็นประตูให้ แมนฯซิตี้ ขึ้นนำ 6-0

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 เจ้าถิ่นมาได้ประตูปิดกล่อง 7-0 จากลูกยิงของ เชซุส พา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเอาชนะ ชาลเก้ ไป 7-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยสกอร์รวม 10-2

 

  

กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 พรีวิว คิเอโว่ vs เอซี มิลาน

กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 พรีวิว คิเอโว่ vs เอซี มิลาน

   กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 พรีวิว คิเอโว่ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ที่สนาม มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ในคืนวันวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562 เวลา 02.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

09/03/19 คิเอโว 1-2 เอซี มิลาน เซเรียอา

07/10/18 เอซี มิลาน 3-1 คิเอโว เซเรียอา

18/03/18 เอซี มิลาน 3-2 คิเอโว เซเรียอา

25/10/17 คิเอโว 1-4 เอซี มิลาน เซเรียอา

04/03/16 เอซี มิลาน 3-1 คิเอโว เซเรียอา

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว คิเอโว่ vs เอซี มิลาน

คิเอโว่

   เจ้าถิ่น คิเอโว่ ผลงาน 6 นัดหลังสุดพวกเขายังยังหาชัยไม่เจอโดยเสมอไป 2 และแพ้ไปถึง 4 นัดด้วยกัน ยิงได้เพียง 2 ประตูและเสียไปถึง 10 ประตูด้วยกัน

   โดเมนิโก้ ดิ คาร์โล กุนซือของ คิเอโว่ หมดสิทธิ์ใช้งาน แซร์โจ้ เปลลิสซิเย่ร์, นิโกล่าส์ เฟรย์, เอเซเกล สเคล็อตโต้, อันเดรีย เซคูลิน และ เนนาด โทโมวิช ที่ล้วนบาดเจ็บทั้งหมดส่วน นิโกล่า ริโกนี่ ก็ติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามได้ในเกมนี้ แต่จะได้ เปอร์ปาริม เฮเตมาย ที่พ้นโทษแบนกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : สเตฟาโน่ ซอร์เรนติโน่, ฟาบิโอ เดเปาลี, มัตเตีย บานี่, เฟเดริโก้ บาร์บ้า, พาเวล ยารอสซีนสกี้, เมห์ดี้ เลริส, อัสซาน ดิอุสเซ่, เปอร์ปาริม เฮเตมาย, เอมานูเอเล่ จัคเครินี่, มาริอุส สเตปินสกี้, ริคคาร์โด้ เมจจอรินี่

เอซี มิลาน

   ปีศาจแดงดำ เอซีมิลาน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน 6 เกมหลังสุดโดยชนะไปถึง 4 นัด เสมอ 1 และแพ้ไป 1 ยิงได้ 11 ประตูและเสียไป 5 ประตู

   ในขณะที่ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์เอซี มิลาน ได้รับข่าวดีเรื่อยๆเมื่อผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บทยอยกันหายและกลับมาร่วมทีมได้แล้ว จะเหลือก็เพียง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า รายเดียวเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ริคาร์โด้ โรดริเกซ ที่ติดโทษแบน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, ดาวิเด้ คาลาเบรีย, มาเตโอ มูซัคคิโอ, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, ดีเอโก้ ลักซาลต์, ฟร้องค์ เกสซีเย่, ลูกัส บีย่า, ลูกัส ปาเกต้า, ซูโซ่, คริสตอฟ ปิออนเต็ก, ฟาบิโอ บอรินี่

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม vs เรอัล มาดริด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม vs เรอัล มาดริด

   ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม รองจ่าฝูงจากเอเรดิวิซี่ ลีกของฮอลแลนด์ เปิดบ้านพบกับรองจ่าฝูงจาก ลาลีกา สเปน เรอัล มาดริด ที่สนาม โยฮัน ครอยฟ์ อารีน่า ในคืนวันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 03:00 น.

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีมในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    04/12/12 เรอัล มาดริด 4 – 1 อาแจ็กซ์

   03/10/12 อาแจ็กซ์ 1 – 4 เรอัล มาดริด

   07/12/11 อาแจ็กซ์ 0 – 3 เรอัล มาดริด

   27/09/11 เรอัล มาดริด 3 – 0 อาแจ็กซ์

   23/11/10 อาแจ็กซ์ 0 – 4 เรอัล มาดริด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม vs เรอัล มาดริด

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

   เจ้าถิ่น อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ผ่านเข้ารอบมาด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม อี แต่สถานการณ์ในลีกไม่ค่อยจะดีนักเพราะเพิ่งจะพ่ายให้กับเฮราเคิ่ลส์มา 0-1 เป็นการแพ้นัดที่ 2 ในรอบ 5 เกม ซึ่งมีผลต่อการลุ้นแย่งแชมป์ลีก

   ความพร้อมของทีมเกมนี้กุนซือ เอริก เตน ฮาก จะไม่มี บรูโน่ วาเรล่า, ลิซานโดร มากายาน, คาเรล ไอติง และ ฮาสซาเน่ บ็องเด้ ที่ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บ

   ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ ยังพร้อมลงสนามไม่ว่าจะเป็น มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, ดาเล่ย์ บลินด์, ลาสเซ่ เชิน, เฟรงกี้ เดอ ยอง, คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ และ ดูซาน ทาดิช

   รายชื่อนักเตะที่จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : อ็องเดร โอนาน่า, ราสมุส นิสเซ่น คริสเตนเซ่น, มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้, ลาสเซ่ เชิน, ดอนนี ฟาน เดอ บีค, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ฮาคิม ซิเยช, คลาส-แยน ฮุนเตลาร์, ดูซาน ทาดิช 

เรอัล มาดริด

   ส่วนทางด้านราชันชุดขาว เรอัล มาดริดแชมป์เก่ารายการนี้ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มจี ส่วนในลีกล่าสุดเพิ่งจะเอาชนะแอตเลติโก มาดริด มา 3-1

   สภาพทีมเกมนี้กุนซือซานติอาโก้ โซลารี่ ของเรอัล มาดริดหมดสิทธิ์ใช้งานอีสโก้ และมาร์กอส ยอเรนเต้ที่มีอาการบาดเจ็บ

   คาดว่าจะวางลูก้า โมดริชกับคาริม เบนเซม่าจะนำทีม ส่วนวินิซิอุส จูเนียร์ดาวรุ่งในแนวรุกที่ฟอร์มกำลังดี มีโอกาสสูงที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเช่นเดียวกัน

   รายชื่อนักเตะที่จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, เซร์คิโอ เรกีลอน, ลูก้า โมดริช, กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์  

 

ปืนจัดสองเม็ด อาร์เซน่อล เปิดบ้านอัด เชลซี 2-0 ยึดที่ 5

ปืนจัดสองเม็ด อาร์เซน่อล เปิดบ้านอัด เชลซี 2-0 ยึดที่ 5

   ปืนจัดสองเม็ด ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านอัด สิงห์บลู เชลซี 2-0 จากประตูของ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ กับ โลรองต์ กอสเซียลนี่ กลับมายึดที่ 5 คืนจาก แมนยู ส่วน สิงห์บูล อยู่ที่ 4 บนตาราง พรีเมียร์ลีก

ปืนจัดสองเม็ด อาร์เซน่อล เปิดบ้านอัด เชลซี 2-0 ยึดที่ 5

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านต้อนรับ สิงห์บลู เชลซี ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2561

   สำหรับฟอร์มการเล่นของทั้งคู่นั้น อาร์เซน่อล 4 นัดหลังสุดพวกเขาเอาชนะคู่แข่งไปได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ส่วนทางด้าน เชลซี ไม่แพ้ในลีกมา 4 เกมติด เก็บไปได้ 10 คะแนน

   อาร์เซน่อล บุกจากซ้ายไปขวาและได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 4 ทางฝั่งขวา เบเญริน จ่ายขึ้นหน้าให้ ลากาแซตต์ ส่งต่อไปหน้ากรอบ 6 หลาที่ โอบาเมย็อง แปด้วยขวาบอลหลุดเสาไกลออกไป

   นาทีที่ 10 เป็นโอกาสของ เชลซี บ้างเมื่ออัซปิลิกวยต้าเปิดจากขวาเข้ากลางให้ อาซาร์ โฉบไปซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาแรกออกไป

   ถัดมานาทีที่ 13 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นจากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ตอร์เรร่า โยนบอลไปหน้าปากประตู กอสเซียลนี่ โหม่งเต็มหัวที่ระยะไม่กี่หลาแต่ เกป้า ปัดข้ามคานไปได้

   แต่หลังจากนั้นพียงแค่นาทีเดียว อาร์เซน่อล ก็มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวา ชาก้า เล่นสั้นให้ เบเญริน เปิดไปเสาใกล้ให้ ลากาแซตต์ ล็อคหลบ เปโดร กระชากไปซัดด้วยขวาตุงตาข่าย

   พอได้ประตูขึ้นนำ ปืนใหญ่ ยิ่งเล่นยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ และเกือบจะได้ประตูเพิ่มอยู่หลายครั้ง นาทีที่ 37 โคลาซินัค กระชากบอลหลบ ก็องเต้ ไปจนสุดเส้นฝั่งซ้ายแล้วหยอดไปหน้าประตูให้ โอบาเมย็อง ตีลังกายิงบอลทันทีบอลพุ่งเฉียดออกไปอย่างน่าเสียดาย

   หลังจากที่เฉียดจะได้ประตูที่สองอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ทำสำเร็จในนาทีที่ 39 จากฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา ตอร์เรร่า โยนข้ามไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แรมซี่ย์ โหม่งคืนหลังให้ โซคราติส วอลเล่ห์ไปหน้ากรอบ 6 หลาที่ กอสเซียลนี่ โหม่งบอลโดนหัวไหล่เข้าประตูไปแบบงงๆ อาร์เซน่อล นำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก

   ครึ่งหลัง เชลซี บุกจากซ้ายไปขวา มีโอกาสครองบอลได้เยอะกว่าแต่ยังไม่สามารถทำอันตราย อาร์เซน่อล ได้ นาทีที่ 59 อาซาร์ ตอกส้นให้ โควาชิช ตบจากสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายมาหน้าประตูแต่ กอสเซียลนี่ สกัดไว้ได้

   หลังจากนั้น เชลซี พยายามจะบุกต่อ แต่เกมรุกของ สิงห์บลู นั้นฝืดเหลือเกินเพราะไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถทำอันตรายเจ้าถิ่นได้ ทำให้สุดท้ายจบเกม อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ เชลซี ไป 2-0

 

 

มันส์มากพะยะค่ะ ฮูเอสกา สู้สุดใจ พลิกแซง เบติส 2-1

มันส์มากพะยะค่ะ ฮูเอสกา สู้สุดใจ พลิกแซง เบติส 2-1

   มันส์มากพะยะค่ะ เรียกได้ว่าครบรสเลยทีเดียวสำหรับเกมของการดิ้นรนหนีตกชั้นของทีมบ๊วยอย่าง ฮูเอสกา ที่แม้จะตกเป็นฝ่ายตามหลังแต่มาพลิกนรกยิง 2 ประตูรวดกันภายใน 6 นาที พลิกแซงชนะ เรอัล เบติส ทีมอันดับ 6 ของตารางไป 2-1

มันส์มากพะยะค่ะ ฮูเอสกา พลิกแซง เบติส 2-1

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา ฮูเอสกา ทีมบ๊วยชองตาราง เปิดบ้านพบกับ ทีมอันดับ 6 เรอัล เบติส ที่สนาม เอสตาดิโอ เอล อัลโคราซ ผลบอลสด ในวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2562

   เริ่มเกม ทั้งสองทีมพยายามเล่นแบบระมัดระวังตัวทำให้ยังไม่มีทีมใดมีโอกาสได้ลุ้นประตูมากนัก จนกระทั่งนาทีที่ 18 โอกาสลุ้นของเจ้าถิ่นเมื่อ เอร์นานเดซ ไหลบอลไปให้ มิราม่อน กระชากเข้าไปยิงทางฝั่งขวาแต่ โป โลเปซ นายด่าน เบติส ยังเซฟเอาไว้ได้

   ถัดมานาทีที่ 33 ฮูเอสกา ยังคงได้ลุ้นอยู่เรื่อยๆจังหวะนี้เป็น เอร์นานเดซ กระชากบอลจากซ้ายตัดเข้าในก่อนจะไหลไปให้ มิราม่อน ยิงเน้นๆที่ระยะกว่า 20 หลา แต่ยังเป็น โป โลเปซ ที่รับเอาไว้ได้ติดมือ

   นาทีที่ 40 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เอร์นานเดซ จ่ายทะลุช่องไปที่ เฟร์เรโร่ หลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะปั่นทันที บอลโค้งกำลังจะเสียบเสาสองแต่ เปา โลเปซ ยังคงปฏิเสธไม่ให้ประตูเช่นเคย

   จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

   ครึ่งหลัง ฮูเอสกา ยังคงเป็นฝ่ายไล่บุกเพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้แต่กลับเป็น เบติส ที่ได้ประตูออกนำไปก่อน ในนาทีทื่ 55 จากจุดโทษเมื่อ เอตเซต้า ไปทำฟาลว์ใส่ เตโญ่ ในเขตโทษ กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แล้วก็เป็น ซาราเบีย ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ เบติส นำก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตู เจ้าถิ่นพยายามตั้งเกมเพื่อหวังจะเอาประตูคืน แต่ก็ยังทำอะไรได้ไม่มากนักเพราะทางฝั่งของทีมเยือนเองก็เล่นเกมตั้งรับแล้วรอสวนเหมือนกัน

   จนกระทั่งนาทีที่ 73 ในที่สุดประตูตีเสมอของ ฮูเอสกา ก็มาจนได้ จากจังหวะที่ กาญ่าร์ ที่ถูกส่งลงสนามมาเป็นตัวสำรองพาบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดไปหน้าปากประตูให้ เฟร์เรโร่ โหม่งเข้าไปไม่หลือ เจ้าถิ่นตามเจ๊า 1-1

   และหลังจากนั้นถัดมาเพียงนาทีที่ 79 ฮูเอสกา ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลจนได้ เมื่อมาได้ประตูพลิกแซงขึ้นนำ 2-1 จากฟรีคิก กาญ่าร์ เปิดบอลเข้าเขตโทษแล้วกองหลัง เบติส พยายามจะโขกสกัดแต่กลายเป็นตั้งให้ ริเอร่า วอลเลย์แบบไม่ต้องจับเข้าประตูไปอย่างสวยงาม จบเกม ฮูเอสกา เปิดบ้านเอาชนะ เรอัล เบติส ไป 2-1 เก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ

 

 

 

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว อินเตอร์ มิลาน พบ อูดิเนเซ่

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว อินเตอร์ มิลาน พบ อูดิเนเซ่

   กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี 2018/19 อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านต้อนรับ อูดิเนเซ่ ที่สนาม สตาดิโอ จูเซปเป้ เมอัซซ่า ในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 00.00 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม ผลบอลสด

06 ธันวาคม 2018 เซเรีย อา อูดิเนเซ่ 0-4 อินเตอร์ มิลาน

16 ธันวาคม 2017 เซเรีย อาอินเตอร์ มิลาน 1-3 อูดิเนเซ่

29 พฤษภาคม 2017 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 5-2 อูดิเนเซ่

08 มกราคม 2017 เซเรีย อา อูดิเนเซ่ 1-2 อินเตอร์ มิลาน

24 เมษายน 2016 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน 3-1 อูดิเนเซ่

กัลโช่ เซเรีย อา ความพร้อมของอินเตอร์ มิลาน กับ อูดิเนเซ่

อินเตอร์ มิลาน

   สำหรับ อินเตอร์ มิลาน เพิ่งจะตกรอบ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก หลังจากเสมอกับ พีเอสวีฯ ไป 1-1 ส่วนผลงานในลีก 3 ของตาราง เกมนี้ขาด ดัลเบิร์ต เฮนริเก้ ฟูลแบ็คซ้าย กับ มาติอัส เวซิโน่ มิดฟิลด์ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ส่วนข่าวดีคือ รัดย่า นาอิงโกลัน ที่มีชื่อเป็นสำรองในนัดก่อนหน้าคาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ ส่วนตัวหลักคนอื่นๆยังอยู้กันครบ

   ซึ่ง ลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของ อินเตอร์ มิลาน วางแผนมาในระบบ 4-3-3 โดยคาดว่า มาร์เซโล่ โบรโซวิช จะได้ลงคุมแดนกลาง แนวรุกเป็น อีวาน เปริซิซ, เจา มาริโอ, มัตเตโอ โปลิตาโน่ และเมาโร่ อิคาร์ดี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ้, สเตฟาน เดอ ฟราย, มิลาน สคริเนียร์, ควัดโว่ อซาโมอาห์, โรแบร์โต้ กาญาร์ดินี่, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, เจา มาริโอ, มัตเตโอ โปลิตาโน่, เมาโร อิคาร์ดี้, อิวาน เปริซิช

อูดิเนเซ่

   ส่วนทีมเยือน อูดิเนเซ่ ผลงานในลีกค่อยข้างตกอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างลำบาก อยู่ในโซนตกชั้นรั้งอันดับ 17 ของตาราง เกมนี้ไม่มี เอ็มมานูเอล บาดู, ลูคัสซ์ ทีโอดอร์ซิค,ซาเมียร์ และ โมลล่า วาเก้ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่

   ทำให้กุนซือ เดวิด นิโคล่า จะวาง วาลอน เบห์รามี่ บัญชาการในแดนกลาง ส่วนในเกมรุกใช้ โรดริโก้ เด ปาอูล กับ อิกนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ประสานงานกัน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ฮวน มุสโซ่, เยนส์ ลาร์เซ่น, ทรอสต์-เอค็อง, บรัม นายติงค์, ฮิดเด้ แตร์ อาเวส, เซโก้ โฟโฟน่า, วารอน เบห์รามี่, โรลันโด้ มานดราโกร่า, มาร์โก ดาเลสซานโดร, อิ๊กนาซิโอ้ ปุสเซตโต้, โรดริโก้ เดอ ปาอูล

 

 

  

เสือใต้ บาเยิร์น พลิกเสมอ ดุสเซลดอร์ฟ 3-3 ทั้งๆที่นำก่อน 3-1

เสือใต้ บาเยิร์น พลิกเสมอ ดุสเซลดอร์ฟ 3-3 ทั้งๆที่นำก่อน 3-1

   เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค พลาดเสมอกับ ดุสเซลดอร์ฟ 3-3 ทั้งๆที่เล่นในบ้านตัวเองและเป็นฝ่ายที่ขึ้นนำไปก่อน 3-1 ด้วยซ้ำ แต่กลับปล่อยให้ ดุสเซลดอร์ฟ ตามตีเสมอ 3-3 จนได้ในช่วงทดเจ็บ ทำให้สุดท้าย บาเยิร์น อดเก็บสามคะแนนเพิ่มไปอย่างน่าเสียดาย

เสือใต้ บาเยิร์น ทำช็อค นำก่อน แต่พลิกเสมอแบบไม่น่าเชื่อ

   ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านพบกับ ดุสเซลดอร์ฟ ที่สนาม อลิอันซ์ อารีน่า ผลบอลสด ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกม จังหวะลุ้นครั้งแรกเป็นของ ดุสเซลดอร์ฟ เมื่อ ลูเกบากิโอ ยิงเล่นทางกะว่าจะให้เสียบโคนเสาไกลแต่ นอยเออร์ ยังไม่พลาดพุ่งปัดบอลเอาไว้ได้

   ช่วง 10 นาทีแรก เกมของทั้งสองทีมค่อนข้างสูสี เกมของ บาเยิร์น ก็ไม่ได้เหนือกว่า ดุสเซลดอร์ฟ มากนัก ส่วนทางด้าน ดุสเซลดอร์ฟ ก็ถือว่าเล่นกันได้ดี

   จนกระทั่งนาทีที่ 17 เสือใต้เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาหน้าปากประตูแล้วกองหลังของดุสเซลดอร์ฟเคลียร์บอลไม่ขาดมาเข้าทาง ซูเล่ แต่งก่อนหนึ่งจังหวะแล้วยิงเข้าประตูไปเลย

   จากนั้นสกอร์ก็ไหลไปเป็น 2-0 ในอีก 3 นาทีถัดมา จากจังหวะที่ มุลเลอร์ หลุดเดี่ยวขึ้นมาก่อนจะวางยาวไปให้ บัวเต็ง เอาบอลลงแล้วยิงเข้าไปอย่างสวยงาม

   หลังจากที่ได้ประตูนำห่างถึง 2 ลูก เสือใต้ก็เล่นกันอย่างมั่นใจขึ้นและมีโอกาสลุ้นทำประตูเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ได้ประตูที่ 3 เพิ่ม

   เล่นไปเล่นมากลับกลายเป็นว่า บาเยิร์น โดนตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 44 จากลูกยิงของ ลูเกบากิโอ ทำให้จบครึ่งแรก บาเยิร์น นำ ดุสเซลดอร์ฟ อยู่ 2-1

   เริ่มครึ่งหลังเจ้าถิ่นยังคงเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าและมาได้ประตูเพิ่มเป็น 3-1 ในนาทีที่ 58 จากจังหวะที่ เลวานดอฟสกี้ ได้บอลหน้าเขตโทษแล้วส่งต่อให้ มุลเลอร์ วิ่งมายิงเน้นๆ บอลเสียบเสาไกลเข้าไปเป็นประตูในที่สุด

   แต่แล้วในนาทีที่ 77 ดุสเซลดอร์ฟ ก็ไล่ตามตีตื้นขึ้นมาอีกครั้งจาก ลูเกบากิโอ เจ้าเก่า ซึ่งประตูนี้เจ้าถิ่นประท้วงว่าเป็นลูกล้ำหน้าแต่จาก VAR ผู้ตัดสินยืนยันคำตอบเดิมโดยให้เป็นประตูของดุสเซลดอร์ฟ

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ 3-2 แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 3 ก็ทำเอาแฟนๆ บาเยิร์น ช็อคไปตามๆกัน เมื่อทีมเยือนมาได้ประตูไล่ตามตีเสมอเป็น 3-3 จาก ลูเกบากิโอ คนเดิมอีกแล้วที่ซัดแฮตทริกให้กับตัวเองพา ดุสเซลดอร์ฟ ไล่ตามตีเสมอ เสือใต้ สำเร็จ

   จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านเสมอกับ ดุสเซลดอร์ฟ 3-3 เก็บเพิ่มได้เพียงแต้มเดียวแล้วทิ้ง 3 แต้มไปอย่างน่าเสียดายสุดๆ

 

 

ช้างศึก ทีมชาติไทย รายงานตัว ราเยวัช หวังลองแข้งใหม่

ช้างศึก ทีมชาติไทย รายงานตัว ราเยวัช หวังลองแข้งใหม่

   ช้างศึก ทีมชาติไทย เข้ารายงานตัวก่อนเกมอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ซึ่งครั้งนี้ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือของ ทีมชาติไทย ก็เตรียมทดสอบแข้งใหม่เพื่อลุยศึกซูซูกิคัพ

   ในวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 1 ที่ทำการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นักฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย เดินทางเข้ามารายงานตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร FIFA International A Match กับทีมชาติฮ่องกง และตรินิแดด แอนด์ โตเบโก

   โดย มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย ได้กล่าวว่า “ครั้งนี้เราพยายามเรียกตัวผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาหลายคน เพื่อทดสอบว่าพวกเขาจะเป็นกำลังเสริมใน AFF Suzuki Cup ได้หรือไม่ และอย่างที่ทุกคนทราบกันว่าในเดือนตุลาคมนี้ เรามีเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ 2 แมตช์ คือ เกมกับฮ่องกง และตรินิแดด แอนด์ โตเบโก”

   ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ทำการประกาศรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ทั้งหมด 23 คน ที่จะลงเตะนัดกระชับมิตรกับทีมชาติฮ่องกง และตรินิแดด แอนด์ โตเบโก โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

ช้างศึก ทีมชาติไทย รายชื่อนักเตะทั้ง 23 คน

ผู้รักษาประตู

  1. ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  2. ฉัตรชัย บุตรพรม สโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
  3. วรวุฒิ ศรีสุภา สโมสร การท่าเรือ เอฟซี

กองหลัง

  1. มานูเอล ทอม เบียห์ร สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  2. มิก้า ชูนวลศรี สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  3. สุพรรณ ทองสงค์ สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี
  4. ศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  5. กรกช วิริยอุดมศิริ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  6. ฟิลิป โรลเลอร์ สโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
  7. เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
  8. มาร์โก บัลลินี สโมสร ชัยนาท ฮอร์นบิล เอฟซี
  9. เควิน ดีรมรัมย์ สโมสร การท่าเรือ เอฟซี

กองกลาง

  1. อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
  2. สุมัญญา ปุริสาย สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

15.สรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

  1. ปกเกล้า อนันต์ สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  2. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี
  3. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี
  4. นูรูล ศรียานเก็ม สโมสร การท่าเรือ เอฟซี
  5. ปกรณ์ เปรมภักดิ์ สโมสร การท่าเรือ เอฟซี

กองหน้า

  1. อดิศักดิ์ ไกรษร สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
  2. ศุภชัย ใจเด็ด สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  3. ชนานันท์ ป้อมบุบผา สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี

   โดย ทีมชาติไทย จะลงทำการแข่งขันกับทีมชาติฮ่องกง ในวันที่ 11 ตุลาคม ดูบอลสด เวลา 19.00 น. (ตามเวลาไทย) ก่อนจะกลับเจอกับ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ในวันที่ 14 ตุลาคม 2561 เวลา 18.00 น. ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยทั้ง 2 คู่ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี